Doraemon Thai Wiki
Advertisement
Doraemon Thai Wiki
โดราเอมอน: สงครามอวกาศจิ๋วของโนบิตะ 2021
A35D1ECA-8907-4BB1-9267-0D3F415E86AA
ภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙小戦争2021
Rōmaji: Nobita no Litoru Suta Wozu Nimaru Ni Ichi
ข้อมูลภาพยนตร์
กำกับโดย: Susumu Yamaguchi
เขียนโดย: Dai Sato
วันเข้าฉาย: Flag of Japan 4 มีนาคม 2022
Flag of Thailand 6 ตุลาคม 2022
ออกแบบตัวละคร: Kouichi Maruyama
เพลงประกอบ: Official髭男dism [Universe]
จัดจำหน่ายโดย: Toho (ญี่ปุ่น)
สตูดิโอ: Shin-Ei Animation
ระยะเวลา: 108 นาที
ประเทศ: ญี่ปุ่น
ก่อนหน้า
Stand By Me โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2
ถัดไป
โดราเอมอน: โนบิตะกับยูโทเปียแห่งฟากฟ้า


โดราเอมอน: สงครามอวกาศจิ๋วของโนบิตะ 2021 (のび太の宇宙小戦争2021 โนบิตะ โนะ ลิโตหรุ สึตา โว สึ นิมาหรุ นิ อิจิ) เป็นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ลำดับที่ 41 เป็นการนำตอน โดราเอมอน: สงครามอวกาศ ของปี ค.ศ. 1985 มาสร้างใหม่อีกครั้ง เข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2022 ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์รีเมคเรื่องที่ 7 แล้ว หลังจากห่างหายไป 5 ปี นับตั้งแต่ภาค โดราเอมอน: โนบิตะกำเนิดประเทศญี่ปุ่น 2016 ภาพยนตร์มีชื่อไทยอย่างเป็นทางการว่า โดราเอมอน: สงครามอวกาศจิ๋วของโนบิตะ 2021 กำหนดฉายในประเทศไทยวันที่ 6 ตุลาคม 2022

เนื้อเรื่อง[]

ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้ โนบิตะได้พบกับยานอวกาศทรงกรวยขนาดจิ๋วเท่าฝ่ามือ และสิ่งที่ออกมาจากยานก็คือมนุษย์ต่างดาวขนาดจิ๋วนามว่า ปาปิ และเขามีเหตุอันใดที่ต้องมาเยือนโลก จากนั้นเพื่อน ๆ ก็ได้ทำให้ตัวเองตัวเล็กลงและไปเล่นกับปาปิ แต่ขณะเดียวกันเอง เพื่อน ๆ ก็ถูกยานอวกาศรูปร่างคล้ายปลาวาฬโจมตีเข้า และเพื่อน ๆ นั่นจึงทำให้เพื่อน ๆ เข้าไปพัวพันกับสงครามอวกาศขนาดจิ๋ว

เนื้อเรื่องอย่างละเอียด[]

เริ่มเรื่อง ดาวพิริกะถูกกลุ่มทหารกบฏยึดครอง ประธานาธิบดีบอกว่าเขาจะต้องสู้แต่ผู้ติดตามและพี่สาวของเขาบอกว่าควรจะหนีไป ประธานาธิบดีจึงต้องหนีไปที่ดาวดวงหนึ่ง ที่โลก ระหว่างที่โนบิตะกำลังช่วยไจแอนท์ ซึเนะโอะ และเดคิสุงิจัดฉากถ่ายทำภาพยนตร์โนบิตะเกิดยืนพลาดจนทำให้ฉากพังเละเทะ เวลานั้นเอง โดราเอมอน ได้เข้ามาช่วยซึเนะโอะถ่ายหนัง โดยโนบิตะไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมอะไรเท่าไร จนซึเนะโอะให้งานโดยการเก็บอุปกรณ์ที่รกสวนบ้านเขา โนบิตะได้ไปเจอแบบจำลองยานอวกาศที่ทำจากเหล็ก จึงเรียกทุกคน แต่เป็นการขัดจังหวะจึงถูกไล่ออกมาจากฉากถ่าย ระหว่างวัน โนบิตะสังเกตว่าแบบจำลองนั้นเคลื่อนที่ได้ และในเย็นวันนั้นเอง มีเสียงปริศนาจากยานลำนั้นออกมา และพบคนจิ๋ว 1 คนอยู่บนยาน ซึ่งมนุษย์บนยานมีชื่อว่าปาปิ ซึ่งมาจากดาวพิริกะ เขาเล่าว่าเขาได้ลี้ภัยจากดาวของเขามา

วันต่อมา ชิซุกะมาที่บ้านโนบิตะเพื่อมาหามนุษย์ต่างดาวตัวจิ๋วนี้และเอาบ้านตุ๊กตามาให้ และจะให้ความปลอดภัยแก่ปาปิระหว่างที่อยู่ที่โลก ต่อมาปาปิเข้าไปอยู่ในบ้านและโนบิตะและเพื่อน ๆ ย่อตัวเองลงเพื่อจะได้เล่นกับปาปิ เล่นไปเล่นมาชิซุะถามปาปิว่าเรียนอยู่ชั้นไหนแล้ว เขาบอกว่าจบมหาวิทยาลัยตอนแปดขวบ! เพราะที่ดาวพิริกะไม่มีการแยกเด็กกับผู้ใหญ่ สิบขวบก็เป็นประธานาธิบดีได้แล้ว (อย่างตัวปาปิเอง) ชิซุกะได้รับโทรศัพท์ว่ามีเรียนเปียโนจึงต้องกลับบ้าน ส่วนไจแอนท์กับซึเนะโอะเข้ามาตามโดราเอมอนเพื่อไปถ่ายภาพยนตร์ต่อ และได้พบกับปาปิจึงชวนเขาไปที่กองถ่ายด้วย จากนั้นทุกคนได้ย่อตัวเองเพื่อถ่ายทำกับรถบัคกี้จิ๋ว ระหว่างถ่ายทำปาปิไม่ได้ลงไปขับด้วยเพราะคิดว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาขับรถสนุกสนานขณะที่ดาวของเขากำลังวิกฤต ทันใดนั้นเองมียานอวกาศรูปปลาวาฬเข้ามาโจมตีฉากถ่ายทำให้ต้องหนีออกไป ยานอวกาศรูปปลาวาฬพยายามจะหนีตามแต่ก็ชนกับรถบรรทุกทำให้ต้องหาที่ซ่อนตัวเพื่อซ่อมยาน เย็นวันนั้นปาปิได้เล่าว่ายานนี้เป็นยานของกลุ่ม PCIA (พีเซีย) ซึ่งนำโดยนายพลกิลมอร์ พวกเขากำจัดคนที่เป็นปฏิปักษ์กับเขา ซึ่งตามล่าปาปิเพราะว่าเขาเป็นประธานาธิบดี ซึ่งนายพลกิลมอร์ต้องการที่จะเป็นจักรพรรดิจึงต้องจับตัวเอาปาปิไปเขาพิธีของนายพลและประหารชีวิตที่ดาวพิริกะ ทั้งนี้ PCIA ทำลายฉากถ่ายทำของไจแอนท์ เขาจึงไม่ยกโทษให้ และทุกคนพร้อมที่จะคุ้มครองปาปิ

คืนนั้น โดรากอลรู ลูกน้องของนายพลกิลมอร์ที่เป็นผู้นำบนยานรูปปลาวาฬ ได้ส่งบอลสอดแนมออกไปเพื่อที่จะค้นหาปาปิ โดรากอลรูและผู้ช่วยได้พบกับสิ่งน่าทึ่งของชาวโลกและบันทึกคนที่น่าสงสัยว่าเป็นพรรคพวกของปาปิ ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่่าเป็นหิ่งห้อยเลยไม่ได้ใส่ใจ ที่บ้านของโนบิตะ โดราเอมอนและโนบิตะช่วยซ่อมยานของปาปิให้และได้เห็นหิ่งห้อยจึงพามันเข้ามา จากนั้นปาปิยิงใส่บอลสอดแนมลูกหนึ่งแล้วบอกให้โนบิตะปิดม่านและหน้าต่าง เมื่อจับได้ว่าบอลเสียไปลูกหนึ่งบอลสอดแนมมามุงดูเต็มเลยโดราเอมอนและโนบิตะเลยต้องหาที่ซ่อนอื่น โดยคนเดียวที่ PCIA ยังไม่รู้ คือ ชิซุกะ เลยพาตัวไปซ่อนที่บ้านชิซุกะด้วยประตูไปที่ไหนก็ได้ และเอาฐานบัญชาการลับติดผนังเพื่อไม่ให้บอลสอดแนมจับได้

วันต่อมา ในเมื่อทั้งสี่บ้านน่าสงสัยเปิดหน้าต่างกันหมด PCIA จึงต้องหาวิธีอื่นเพื่อหาที่ซ่อนของปาปิ ทั้งสี่คนได้มาประชุมที่ฐานทัพลับที่ติดไว้ที่บ้านของชิซุกะ และบอลสอดแนมลูกหนึ่งได้เข้าไปซ่อนในกระเป๋ากางเกงของไจแอนท์ ทำให้รู้ว่าที่ซ่อนของปาปิอยู่ที่ไหน ส่วนโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ก็ทราบเช่นกันว่ายานของ PCIA อยู่ที่ภูเขาหลังโรงเรียนจึงได้นำรถถังของซึเนะโอะไปถล่มยานของ PCIA แต่ก็สายไปแล้วเพราะ PCIA มาบุกแล้ว ชิซุกะกับคุณแม่กลับมาที่บ้านช้า และเมื่อมาถึงห้องก็พบว่าโนบิตะและเพื่อน ๆ มากันแล้ว แต่เมื่อลงไปดูที่ฐานทัพก็ไม่มีใครอยู่ เธอเลยเอานมมาแช่น้ำในบ้านของปาปิ ฝั่ง PCIA มาถึงบ้านของชิซุกะและเข้าไปโดยใช้คลื่นอัลตร้าโซนิคทำลายกระจกและเข้าไปในฐานทัพ อาบน้ำอยู่ดี ๆ พวก PCIA ก็เข้ามา และเธอก็ถูกจับเพื่อเป็นเหยื่อล่อปาปิ ทางโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ไปถึงที่ปล่อยสัญญาณก็ไม่พบ จึงกลับไปหาชิซุกะที่บ้าน แต่ก็พบว่าบ้านของปาปิถูกรื้อค้น และพบข้อความที่โดรากอลรูทิ้งไว้หน้าทางเข้าบ้านว่า

ถึงปาปิ
       จงมาที่น้ำพุในสวนสาธารณะคนเดียวเวลาสามทุ่ม ถ้าไม่มาชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนั้นจะหาไม่
                                                                                                   โดรากอลรู

แสดงว่าชิซุกะถูกจับตัวไปแล้ว และไฟฉายย่อส่วนก็หายไปด้วย พวกเขาจึงต้องตัวเล็กอย่างนั้นไปตลอด จากนั้นมีบอลสอดแนมของ PCIA เข้ามาเพื่อส่งสารจากโดรากอลรูให้ปาปิเพื่อให้เขามาที่พิธีสวมมงกุฏของนายพลกิลมอร์ และได้จับปีนะ พี่สาวของปาปิไว้เป็นตัวประกัน จากนั้นปาปิเดินออกไปจากฐานทัพ เพื่อช่วยชิซุกะ โดราเอมอนจึงเอาหมวกอัจฉริยะกับถุงมือนักประดิษฐ์ออกมาให้ทุกคนเพื่อที่จะดัดแปลงรถถังของเล่นของซึเนะโอะ เมื่อดัดแปลงเสร็จแล้วได้มียานประหลาดเข้ามาที่ฐานทัพและมีสุนัขออกมาตัวหนึ่ง ชื่อโรโคโรโค เป็นสุนัขของปาปิ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมบางอย่าง

ทางปาปิ เขาถูกแมวจรจัดไล่จึงสะกดจิตมันให้พาไปที่สระน้ำสวนสาธารณะ โดรากอลรูแปลกใจว่าทำไมเป็นแมว ปาปิที่อยู่ใกล้ ๆ ดัดเสียงแมวมาเจรจากับโดรากอลรูเพื่อที่จะปล่อยชิซุกะ เมื่อได้แล้วโดรากอลรูปล่อยตัวชิซุกะแล้วปาปิออกมาให้จับตามสัญญา และให้ชิซุกะขี่แมวตัวนั้นหนีไป แต่ต่อมาแมวตัวนั้นได้กลับมาพร้อมกับรถถังของโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ทำให้โดรากอลรูไม่สามารถนำตัวปาปิขึ้นยานไปได้ ปาปิทะเลาะกับไจแอนท์เพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่มาช่วยเขา ทำให้ต้องไปพัวพันกับศัตรู แต่ผ่านไปเขาก็เข้าใจว่าเป็นเพื่อนกันก็ต้องช่วยกัน และพวกเขาก็เป็นศัตรูกับ PCIA อยู่แล้ว ขณะที่ซึเนะโอะกลัวในการเสี่ยงชีวิตที่จะไปช่วยเหลือดาวพิริกะให้รอดพ้นจากเผด็จการ แต่ก็ต้องไปเพราะทุกคนคิดจะช่วยเหลือปาปิอยู่แล้วและต้องชิงไฟฉายย่อส่วนกลับมา ทุกคนจึงไปยังดาวพิริกะด้วยยานของปาปิ ที่ดาวพิริกะ โดรากอลรูได้ส่งสารโฮโลแกรมมายังที่คุมขังของปีนะเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบเกี่ยวกับปาปิและพิธีสวมมงกุฏที่จะเกิดขึ้น ระหว่างเดินทางซึเนะโอะยังกังวลเรื่องอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า แต่ได้คำปลุกใจของทุกคนแล้วก็กลับมาร่วมมือ ต่อมายานมาถึงดาวพิริกะแล้ว แต่จะลงจอดที่ฐานทัพของฝ่ายต่อต้าน PCIA ที่อยู่ที่วงแหวน และพบว่ายานของพวกเดียวกันถูกยานอัตโนมัติของ PCIA จับได้และไล่ตาม โดราเอมอนและเพื่อนๆจึงเอารถถึงออกมาโจมตีใส่ยานไร้คนขับ และสามารถเอาชนะได้ จากนั้นพวกเขาไปที่ฐานทัพของฝ่ายตัวเอง และฉลองชัยชนะครั้งนี้ ต่อมาพวกเขาพบกับเกงบุซึ่งเป็นหัวหน้ากองกำลังกู้ชาติและเป็นรัฐมนตรีคนสนิทของปาปิ จากนั้นโรโคโรโคแนะนำและเปิดเผยความลับหมดไส้หมดพุง เกงบุจึงใช้กระดูกล่อให้สงบปากสงบคำ จากนั้นเกงบุบอกพวกโดราเอมอนว่านายพลกิลมอร์จะทำพิธีสวมมงกุฏเพื่อตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิในวันมะรืนและจะเป็นวันประหารประธานาธิบดีด้วย และวันนั้นกองกำลังกู้ชาติจะโจมตี PCIA ซึ่งจะต้องติดต่อกับองค์กรใต้ดินบนดาวพิริกะด้วย แต่จะออกจากฐานทัพมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรอด และไม่สามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารด้วยเพราะ PCIA จะรู้ตำแหน่งของฐานทัพทันที เนื่องจากรถถังของโดราเอมอนมันทนทานมาก โดราเอมอนและเพื่อน ๆ จะติดต่อกับฐานที่ดาวพิริกะเอง พวกเขาจึงแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่มคือ โดราเอมอน โนบิตะ ไจแอนท์ และโรโคโรโคจะแอบเข้าไปในดาว ส่วนชิซุกะและซึเนะโอะอยู่เพื่อป้องกันฐานทัพ และพวกเขาไปเข้านอน ส่วนปาปิได้เข้ามามองในห้องชมวิวของฐานทัพซึ่งเป็นสถานที่ในความทรงจำกับพี่สาวของเขาและได้ปรับความเข้าใจกับโนบิตะ ทำให้เขาได้เข้าใจว่าคนที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด

วันต่อมา ปาปิขับยานหนีออกไปจากฐานทัพเพื่อเข้าเฝ้าว่าที่จักรพรรดิกิลมอร์ ส่วนโดราเอมอน โนบิตะ และไจแอนท์ พวกเขาลงไปยังดาวพิริกะแบบอุกกาบาตเพื่อไม่ให้ใครเห็น แต่ก็ไม่สามารถหลอกโดรากอลรูได้ เมื่อลงมาถึงพื้นดาวแล้วโดราเอมอนซ่อนรถถังด้วยแป้งดำดินแล้วซ่อนตัวพวกเขาเองด้วยแล็กเกอร์เก็บของ เมื่อเสร็จแล้วโรโคโรโคนำทางไปองค์กรใต้ดิน ที่หน่วยเรดาร์ก็พบว่าอุกกาบาตหายไปแล้ว โดรากอลรูจึงบอกว่ารอให้พวกเขาปรากฏตัวก่อน ทางฝั่งชิซุกะและซึเนะโอะกำลังฝึกขับรถถังเพื่อรับมือเมื่อ PCIA มาโจมตี ทางโดราเอมอน พวกเขาบินไปบินมาก็พบว่าเลยทางเข้าไปแล้ว และเมื่อบินกลับมาแล็กเกอร์ก็หมดฤทธิ์จึงต้องรีบเข้าไปยังทางเข้าของฐานกองกำลังใต้ดิน แต่ถูก PCIA จับได้ ทำให้เกิดการเข้าจับกุมคนในฐานทั้งหมดหลังจากที่เปิดเผยแผนการที่จะเข้าตีในพิธีสวมมงกุฏ ทุกคนจึงเข้ามอบตัวแต่ให้โดราเอมอนและเพื่อน ๆ หลบหนีไป เมื่อจับกุมคนในฐานแล้ว PCIA ก็ได้รู้ตำแหน่งที่ซ่อนของฐานทัพบนวงแหวนจึงได้ส่งยานรบไร้คนขับจำนวนมหาศาลออกโจมตี เมื่อฐานทัพรู้ตัวว่ายานไร้คนขับกำลังจะมาโจมตี จากนั้นชิซุกะจึงไปตามซึเนะโอะเพื่อที่จะป้องกันฐานทัพ ตอนแรกซึเนะโอะบอกว่าไม่มีทางชนะหรอก ชิซุกะจึงไปคนเดียว แต่ซึเนะโอะก็ตามมาและทำให้กองกำลังกู้ชาติได้รับชัยชนะ ต่อมาพวกเขาแยกทางกับกองกำลังกู้ชาติลงไปยังดาวพิริกะ ส่วนโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ได้ทำการแอบเข้าไปในฐานทัพของ PCIA โดยใช้หมวกก้อนหินริมทาง เพื่อชิงไฟฉายย่อส่วนกลับมา แต่ก็โดนอุบายของโดรากอลรูหลอกล่อให้มาติดกับ ทำให้ต้องยอมมอบตัวแก่โดยดี ยกเว้นโนบิตะที่ไม่สามารถถอดหมวกออกได้ทำให้หนีออกไปฐานทัพได้สำเร็จ หลังจากนั้นโดรากอลรูจึงได้รายงานผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้นายพลกิลมอร์ทราบ ทั้งเรื่องสามารถจับกองกำลังกู้ชาติบนดาวได้เกือบทั้งหมด และการสูญเสียยานรบไร้คนขับทั้งหมดด้วยฝีมือของรถถังของซึเนะโอะ แต่ทั้งนี้โดรากอลรูได้ค้นพบรถถังของโดราเอมอนทำให้สามารถนำมาวิจัยหาจุดอ่อนได้

วันต่อมา ในพิธีสวมมงกุฏ จะต้องมีคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดี ปาปิจึงขึ้นมาพูดเพื่อปลุกระดมให้คนออกต่อต้านกิลมอร์ (ซึ่งลึก ๆ ชาวดาวต้องการเสรีภาพอยู่แล้วจึงปลุกระดมได้) ทำให้กองทหารต้องเลื่อนพิธีออกไปและนำตัวปาปิและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปประหารชีวิตที่ยอดตึกสำนักงาน PCIA ซึ่งโรโคโรโคได้พูดถ่วงเวลาไม่หยุดจนต้องมัดปาก ส่วนอีกฟาก โดรากอลรูได้ทำลายระบบควบคุมรถถังของชิซุกะและซึเนะโอะโดยการส่งจรวดคลื่นแม่เหล็กออกไปทำให้ระบบควบคุมใช้การไม่ได้ แต่แล้ว ไฟฉายย่อส่วนได้หมดฤทธิ์ทำให้ทั้งสองกลายเป็นคนยักษ์ ส่วนที่ลานประหาร ได้รับแจ้งข่าวว่ามีคนยักษ์ที่ท่าเรือทำให้โดราเอมอนรู้แล้วว่าไฟฉายย่อส่วนกำลังจะหมดฤทธิ์ ทันใดนั้นเองโนบิตะได้ลักลอบขึ้นมายังดาดฟ้าของตึกเนื่องจากได้รับทราบว่าเพื่อน ๆ กำลังจะถูกประหารจึงรีบขึ้นมาช่วย แต่แล้วกิลมอร์ได้ทำการยิงปาปิแต่ไปโดนเชือกและหลักประหารทำให้ตกจากอาคาร โนบิตะพยายามรั้งแล้วแต่เอาไม่อยู่ ทำให้ตกลงไปด้วย แต่แล้วไฟฉายย่อส่วนหมดฤทธิ์ทำให้ทุกคนโตขึ้นและทำลายกองกำลังของ PCIA จนราบคาบ แต่โดรากอลรูหนีไปได้ ไจแอนท์จึงจัดการไปขี่หลังบนยานและโจมตียานเพื่อให้โดรากอลรูยอมแพ้และจะไว้ชีวิตให้ ส่วนนายพลกิลมอร์ที่หนีไปสนามบินก็หนีฝูงชนต่อต้านเผด็จการของดาวพิริกะไม่พ้น ดาวพิริกะก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ส่วนโดราเอมอนได้ไฟฉายย่อส่วนกลับมา และลาจากกับปาปิ ที่โลก ได้กลับมาที่ภาพยนตร์ของซึเนะโอะที่จะจบลงซึ่งสมบูรณ์แบบ เดคิสุงิจึงอยากรู้ว่าไปทำมาได้ยังไง ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าทำไม

ตัวละคร (ตามลำดับการปรากฎตัว/ปรากฏตัวในยานอวกาศไม่นับ)[]

ภาพรวม[]

ภาพยนตร์ชุดนี้ถือเป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 41 แล้วในโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเป็นการนำตอน สงครามอวกาศจากปี 1985 กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง ซึ่งภาพยนตร์ชุดรีเมคได้ห่างหายไปเกือบ 5 ปี นับตั้งแต่ตอน กำเนิดญี่ปุ่น 2016 ออกเข้าฉาย

นักพากย์[]

ตัวละคร นักพากย์
เวอร์ชันญี่ปุ่น เวอร์ชันไทย
โดราเอมอน วาซาบิ มิซึตะ ฉันทนา ธาราจันทร์
โนบิตะ เมงุมิ โอฮาระ ศันสนีย์ วัฒนานุกูล
ชิซุกะ ยูมิ คากาซึ ศรีอาภา เรือนนาค
ไจแอนท์ ซึบารุ คิมูระ นิรันดร์ บุณยรัตพันธุ์
ซึเนโอะ โทโมกาซึ เซกิ อรุณี นันทิวาส
เดคิสุงิ ชิโฮโกะ ฮากิโนะ สุลักษณา เทพหัสดิน ณ อยุธยา
ปาปิ โรมิ พาร์ก ภัทร์ศรัณย์ เรือนนาค
ปีนะ มายุ มัตสึโอกะ พนาวรรณ ศรีวะโลสกุล
โรโคะโรโคะ ยูกิ คาจิ นนท์ ศรีโพธิ์
ดราโกลูลู จุนอิชิ ซุวะเบะ อภินันท์ ธีระนันทกุล
นายพลกิลมอร์ เทรูยูกิ คางาวะ ธนกฤต เจนคลองธรรม
เสียงเปิดเรื่อง ไม่มี ฉันทนา ธาราจันทร์ (โดราเอมอน)

ของวิเศษที่ใช้ภายในเรื่อง[]

เพลงประกอบ[]

เพลงประกอบ : Kokoro Arigatou

  • ศิลปิน : Billy BanBan

เพลงปิด : Universe

  • ศิลปิน : Official Hige Dandism

เกร็ดเล็กน้อย[]

  • โดราเอมอน: โนบิตะสงครามอวกาศ 2021 ถือเป็นการนำตอน โดราเอมอน: สงครามอวกาศ กลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในรอบ 5 ปี หลังจากที่ภาพยนตร์ที่ผ่านมาเป็นเนื้อเรื่องต้นฉบับไม่ใช่รีเมค และเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่มีปีที่ฉายแปะตามหลังชื่อภาค นับตั้งแต่ โดราเอมอน: ไดโนเสาร์ของโนบิตะ 2006 และ โดราเอมอน: โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ 2009 ซึ่งภาคนี้นับรวมเวลาครบรอบ 15 ปีแล้วที่โดราเอมอนเดอะมูฟวี่ฉบับรีเมค 2005 ออกฉายโรงอีกด้วย
  • Universe ถือเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่นยาวครั้งที่ 2 ของ Official Hige Dandism หลังจากเรื่อง เธอฉันโลกเรา ในเพลง "Yesterday" และเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์โดราเอมอนครั้งแรกอีกด้วย โดยวงมีเพลงที่ครองชาร์ตบิลบอร์ดของญี่ปุ่นได้เป็นอันดับที่สาม อย่าง "Pretender" ในขณะที่อัลบั้มแรกของวงอย่าง "Traveler" ที่วางจำหน่ายเมื่อปีก่อน ทำยอดขายได้เป็นอันดับหนึ่งในชาร์ตโอริคอน (ชาร์ตอัลบั้มเพลงของญี่ปุ่น) โดยซาโตชิ ฟุจิวะระได้กล่าวว่า "โดราเอมอนเป็นการ์ตูนที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นตัวแทนถ่ายทอดเพลงประกอบภาพยนตร์ในครั้งนี้" ซึ่งคนที่เลือกวงมาก็คือผู้กำกับโดราเอมอนภาคนี้อย่าง Shin Yamaguchi โดยเขาบอกว่า เขาคิดภาพตอนเพลงจบขึ้นเป็นภาพเพลงของวง ที่ทุกคนจะสามารถมองฟ้า ฮัมตามและกลับไปฟังอีกรอบได้หลังภาพยนตร์จบลง
  • ซาโตชิ ฟุจิวะระ นักร้องนำของวง Official Hige Dandism เผยผ่านเว็บไซต์ภาพยนตร์ว่า " ในที่สุดเพลง Universe ก็ถือกำเนิดขึ้นจนได้ ผมเฝ้าคิดและถามตัวเองเกี่ยวกับชีวิตว่าจะมีสักที่มั้ยที่ผู้ใหญ่และเด็กจะไม่แยกจากกัน แต่ผมก็ตอบไม่ได้ ผมไม่ใช่คนเรียนเก่ง ผมยังใช้ชีวิตเอ้อระเหยไม่มีหลักแหล่ง ติดอยู่กับการเล่นเป่ายิ้งชุบ แต่ทว่าเมื่อได้สร้างสรรค์เพลงมันออกมา ผมก็รู้สึกเหมือนได้พบตัวเองในตอนเด็กอีกครั้ง และผมก็ถูกดึงให้จดจ่ออยู่กับการแต่งเพลงนี้ เหมือนตอนเด็กที่เล่นสนุกจนกระทั่งตะวันตกดินเลยล่ะ ผมหวังว่าเพลง ๆ นี้จะช่วยเติมสีสันให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ และผมในฐานะวงก็รู้สึกดีใจมาก ๆ ถ้าทุกคนจะได้พักจากเรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน ผ่านเพลงนี้โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องใด ๆ เพราะฉะนั้นแล้วปล่อยให้ชีวิตของเรามีพลั้งมีพลาดไปด้วยกันเถอะนะครับ"
  • Universe เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ถูกประกาศโดย Official Hige Dandism ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2020 ว่าจะมีการประกาศซิงเกิ้ลในงาน เอ็นเอชเค โคฮากุอูตะกัสเซ็ง ครั้งที่ 71 หรือที่รู้จักในชื่อ งานขาวแดง 2020 ที่จะจัดขึ้นในคืนวันสิ้นปี 2020 (31 ธันวาคม 2020) โดยเป็นงานแสดงดนตรีที่รวบรวมศิลปินดัง ๆ ของญี่ปุ่น ถือเป็นโอกาสครั้งที่ 2 ของวงที่ได้รับเลือกให้ขึ้นแสดงอีกครั้งหลังจากเคยขึ้นแสดงไปแล้วเมื่อปีก่อน โดยวงได้แสดงเพลง I LOVE เพลงประกอบละครเรื่อง Koi wa Tsuzuku yo Dokomade mo โดยเพลงประกอบมีกำหนดวางจำหน่ายในแบบซีดี 24 กุมภาพันธ์ 2020 แต่ตอนนี้ได้ปล่อยลงทางวิทยุต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น และได้รับกระแสคำวิจารณ์อย่างแง่บวก ในแง่ของเนื้อหาที่ลุ่มลึกและดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของวงผสานกับเข้าอย่างดี
  • นี่ถือเป็นงานกำกับภาพยนตร์โดราเอมอนครั้งแรก ของ Shin Yamaguchi มีผลงานก่อนหน้ามากมาย เช่น เคโรโระ ขบวนการอ๊บอ๊บป่วนโลก เดอะมูฟวี่ 3 เคโรโระ ปะทะ เคโรโระ ศึกตัดสินชะตาชีวิต และ กันดั้มเอจ ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นงานเขียนบทภาพยนตร์โดราเอมอนครั้งแรกของ ได ซาโต้ ที่เคยคุมตำแหน่งให้กับบทให้มามากมายเช่น หัวหน้าคุมคนเขียนบทเกม Resident Evil Revelations ของ ค่ายแคปคอม, เขียนบทอนิเมชั่น Ghost in the Shell: Stand Alone Complex และ ยูเรก้า เซเว่น ซึ่งทั้งผู้กำกับและผู้เขียนบทล้วนผ่านงานไซไฟอวกาศล้ำยุคมาแล้วทั้งสิ้น
  • ในขณะเดียวกันทีมสร้างซีจียังได้ทาง SHIROGUMI INC. ที่เคยฝากผลงานใน สแตนด์บายมี โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป มาร่วมออกแบบและเขียนแผนสร้างยานอวกาศวาดมือผสมผสานกับงานเทคโนโลยี 3DCG ครั้งแรกอีกด้วย

สื่อ[]

วิดีโอ[]

ภาพยนตร์รุ่น 1979
ภาพยนตร์รุ่น 2005
Advertisement