| |||
| ภาษาญี่ปุ่น: | のび太と翼の勇者たち | ||
| Rōmaji: | Nobita to Tsubasa no Yûsha Tachi | ||
| ข้อมูลภาพยนต์ | |||
| กำกับโดย: | Tsutomu Shibayama | ||
| วันเข้าฉาย: | |||
| ดนตรีโดย: | Katsumi Horii | ||
| เพลงประกอบ: | เพลงเปิด : โดราเอมอน โนะ อุตะ เพลงปิด : Love You Close | ||
| จัดจำหน่ายโดย: | Toho | ||
| สตูดิโอ: | Shin Ei Animation | ||
| ระยะเวลา: | 91 นาที | ||
| ประเทศ: | ญี่ปุ่น | ||
| Box Office: | 3 ล้านเยน | ||
| |||
โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ โนบิตะอัศวินแดนวิหค เป็น โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ลำดับที่ 21 ของโดราเอมอน เข้าฉายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2001 และเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 23 ตุลาคม 2003
เนื้อเรื่องอย่างละเอียด[]
- หมายเหตุ: เนื้อเรื่องนี้แบ่งตอนตามฉบับมังงะ
มนุษย์นกปริศนา[]
เรื่องราวเริ่มขึ้นที่นกจากทุกมุมโลกที่ตกอยู่ในอันตรายได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เดคิซุงิ คิดว่าอาจจะเป็นพวกชาววิหคในตำนานหลาย ๆ เล่ม พาตัวไป โนบิตะได้นึกถึงเวลาที่ตัวเองมีปีกแล้วว่ามันสุดยอดมากจึงได้ไปขอร้องให้โดราเอมอนช่วยเหลือ โดราเอมอนจึงได้บอกว่าให้ตัวเองลองทำเอง โนบิตะจึงได้ทำปีกนกจริง ๆ แล้วลองไปบินดูที่ภูเขาด้านหลัง ลองดูหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ครั้งสุดท้ายโนบิตะจึงเอาเบาะรองที่โดราเอมอนเตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยออก โดราเอมอนจึงใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ไปช่วย โนบิตะคิดว่าตัวเองบินได้แต่ก็ต้องผิดหวัง ต่อมาพีโกะ นกของชิซุกะได้หนีออกมาจากกรง โนบิตะจึงได้ไล่ตามจับพีโกะแต่ก็มีหลุมดำปริศนาโผล่ออกมาจากท้องฟ้าและพีโกะก็เข้าไป และนกหนุ่มปริศนาได้ปรากฏตัวออกมาชนกับโนบิตะและโดราเอมอนและได้รับบาดเจ็บ เมื่อซึเนะโอะ เห็นเครื่องบินปริศนาก็ตกใจแล้วบอกไห้ไจแอนท์หันหลังไปดู จากนั้นทั้งสองก็ได้ขึ้นไปยังภูเขาเพื่อหาเครื่องบิน โดราเอมอนและเพื่อน ๆ ได้ซ่อนเครื่องบินแล้วพากลับบ้าน หลังจากที่รู้สึกตัวแล้วกูซึเกะก็ตกใจที่เห็นมนุษย์ (โนบิตะกับชิซุกะ) และคุณแม่ก็ได้เจอขนนกของกูซึเกะจึงได้ขึ้นมาดู พวกโนบิตะจึงซ่อนกูซึเกะไว้ในตู้ แต่ก็ถูกจับได้ในที่สุด เย็นวันนั้นไจแอนท์กับซึเนะโอะก็ลงจากภูเขาเพราะหาซากเครื่องบินไม่เจอ และกูซึเกะก็กำลังหาเครื่องบินของเขาเช่นกัน แต่ก็ไปเคาะรังผึ้งจึงถูกฝูงผึ้งวิ่งไล่ สุดท้ายก็ได้รับการช่วยเหลือจากโนบิตะและชิซุกะ กูซึเกะแปลกใจว่าพวกเขาเป็นมนุษย์แต่บินได้ จากนั้นโดราเอมอนจึงได้ใช้แล็กเกอร์เปิดที่ซ่อนเพื่อเอาเครื่องบินคืนมา หลังจากที่กูซึเกะได้เช็คสภาพแล้วโนบิตะจึงช่วยซ่อมให้ และโดราเอมอนก็ให้ที่ค้างคืนชั่วคราวบนภูเขา กูซึเกะรู้สึกประหลาดใจใจที่ได้รับการช่วยเหลือจากมนุษย์
ดินแดนมนุษย์นกเบิร์ดเปีย[]
วันต่อมาไจแอนท์และซึเนะโอะก็ออกตามหาเครื่องบินอีกครั้ง และได้พบกับปีกเครื่องบินที่พังแล้ว ส่วนโนบิตะก็ช่วยซ่อมเครื่องบินให้จนเสร็จ ระหว่างที่กูซึเกะทดลองบินไจแอนท์และซึเนะโอะมาเจอเข้าจึงได้เกาะเครื่องไปด้วย และทั้งสามก็ได้ติดคอปเตอร์ไม้ไผ่ไปด้วย ซึ่งทุกคนได้เข้าไปในหลุมปริศนาแบบเดียวกับวันก่อน เมื่อออกจากหลุมไจแอนท์และซึเนะโอะก็ร่วงจากฟ้าเพราะปีกเครื่องบินหัก แล้วก็ถูกจับตัวโดยกองกำลังรักษาความสงบ ส่วนกลุ่มโดราเอมอน คอปเตอร์ไม้ไผ่ของโนบิตะแบตเตอรี่หมดจึงได้ลงสู่พื้นดิน พวกเขาได้ตะลึงถึงว่าที่นั่นเป็นโลกของชาววิหค ต่อมา กองกำลังรักษาความสงบก็ได้มาจับกุม แต่ทั้งสามหนีได้ก่อนและขึ้นแท็กซี่นกกระจอกเทศจึงทำให้หนีกองกำลังได้สำเร็จ แต่เพราะอุบัติเหตุทั้งสามจึงถูกสะบัดลงบ่อน้ำ หลังจากที่เป่าแห้งเสร็จแล้วทั้งสามได้เข้าไปซ่อนในรถของ ดอกเตอร์ฮูก และเวลานั้นดอกเตอร์ได้กลับบ้านของเขา เมื่อถึงบ้านดอกเตอร์ฮูกทั้งสามก็เข้าไปในบ้านและพบวัตถุโบราณหลายชิ้น และก็พบกูซึเกะอีกครั้ง และต่อมาทั้งสามได้พบกับดอกเตอร์ฮูก ฝั่งไจแอนท์และซึเนะโอะที่ถูกจับตัวอยู่ก็โวยวายให้พวกยามปล่อย ในเวลานั้นเองจีกรีด ก็เข้ามาและสั่งให้เอาตัวทั้งสองไปลงโทษ (คงเป็นยิงเป้า) ดอกเตอร์ฮูกได้เล่าถึงโลกนี้ซึ่งก็คือ เบิร์ดเปีย ซึ่งมีเฉพาะนกเท่านั้นที่รู้ว่ามีโลกนั้น จากนั้นทั้งสามกำลังจะไปช่วยไจแอนท์ซึเนะโอะ จึงได้ใช้ หมวกนก เพื่อให้เข้ากับนกตัวอื่น ๆ พอไปถึงห้องขังโดราเอมอนใช้ของวิเศษเพื่อทำให้ยามสองคนจมน้ำและทำให้ลืมเพื่อช่วยไจแอนท์และซึเนะโอะ ต่อมาทั้งสองก็ได้ใส่หมวกนกเพื่อไม่ให้พวกกองกำลังจับตัวได้อีก ทั้งหมดจึงไปถามดอกเตอร์ฮูกว่าทำไมมนุษย์ต้องถูกนำไปลงโทษ จึงได้ความว่าจีกรีดเคยถูกมนุษย์ไร้หัวใจยิงจนปีกหัก จีกรีดจึงได้เคียดแค้นมนุษย์ แม้ว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดต้องอยู่ร่วมโลกกัน ต่อมาซึเนะโอะได้แตะศิลาจารึกของดอกเตอร์ที่เล่าเรื่องของฟินิเชีย ซึ่งขุดได้จากฐานเสาหลักเมือง (ต้นไม้ยักษ์ที่ในมังงะเรียกว่า ต้นโทมาริงิ) ซึ่งยังไม่มีใครบินได้ถึงยอด
ความลับของเบิร์ดเปีย กับอุบายของจีกรีด[]
เย็นวันนั้นกูซึเกะพามาที่บ้านของเขา ก่อนที่จะเข้าบ้านเพื่อนบ้านของกูซึเกะชื่อ มิลค์ มาหาด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากหายไปหลายวัน ทุกคนได้พบกับคุณแม่ของกูซึเกะ (เป็นแม่เลี้ยง) และในวันนั้นพ่อของกูซึเกะ (พ่อเลี้ยง) ซึ่งเป็นอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อมได้เซ็นสัญญาแผนการปกป้องนกบนเบิร์ดเปียและโลกมนุษย์กับจีกรีดและผู้พันบาบิโลน ซึ่งเหลือแค่ดอกเตอร์ฮูกกับอธิบดีที่ยังไม่ได้ลงชื่อ แต่ตัวอธิบดีเองก็ไม่เห็นด้วยกับสัญญานี้ ที่ห้องอาหาร กูซึเกะและไจแอนท์ทานจุมากเนื่องจากจะบำรุงกำลังในอิคารอสเรซ ซึ่งกูซึเกะจะใช้เครื่องบินของเขาลงแข่งด้วย จีกรีดกับบาบิโลนได้สบประมาทกูซึเกะที่ไม่ใช้ปีกของตัวเองบินอันเนื่องมาจากตกลงมาจากท้องฟ้าในตอนเพิ่งเกิด ทำให้เวลาที่เขาจะบินด้วยปีกของตัวเองทำให้คิดถึงเรื่องในวันนั้น จากนั้นโนบิตะและไจแอนท์ก็ขอลงแข่งด้วย จากนั้นซึเนะโอะก็ถามทางไปห้องน้ำ แต่ซึเนะโอะก็เข้าผิดห้องและไปเจอไข่ที่กำลังจะฟัก ลูกนกจึงติดเขาแจ
ฝั่งดอกเตอร์ฮูกได้ถอดความศิลาจารึก ซึ่งมีสปายของจีกรีดอยู่ จึงได้นำไปเล่าให้จีกรีดฟัง จีกรีดจึงได้ให้รีบดำเนินการปลุกฟินีเชียก่อนที่ความลับนี้จะรั่วไหลเพื่อจะได้แก้แค้นพวกมนุษย์ที่ทำกับเขาในอดีต เช้าวันต่อมาก่อนที่จะซ้อมบินกูซึเกะได้พามาดูนกที่อพยพมาจากโลกมนุษย์ และพีโกะก็บินกลับมาหา แล้วก็เริ่มฝึกบินกัน โดยกูซึเกะและมิลค์บินด้วยคสามเร็วสูงมาจนคนอื่นตามไม่ทัน จากนั้นพวกเขาก็ซ้อมกันอีกหลาย ๆ รอบในวันนั้น คืนนั้นหลังจากที่ดอกเตอร์ฮูกถอดความศิลาจารึกเสร็จแล้วก็ถูกพวกจีกรีดลักพาตัวไป
การแข่งขันอิคารอสเรซ[]
วันต่อมาเป็นการแช่งขันอิคารอสเรซ ระหว่างเตรียมตัวแข่งขันซึบาคุโร่กับโทบิโอที่ชอบแกล้งกูซึเกะได้สบประมาทว่าจะชนะเหรอ จากนั้นเมื่อเริ่มแข่งขันโนบิตะได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันเป็นคนที่สอง ส่วนกูซึเกะและซึบาคุโร่เข้าเส้นชัยพร้อมกัน แต่ทว่าผู้พันบาบิโลนตัดสิทธิ์กูซึเกะที่ไม่ได้บินด้วยปีกของตัวเอง ส่วนคนอื่นทุกคนที่เข้าเส้นชัยจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นนกอพยพย้ายถิ่น
ที่ที่ทำงานของจีกรีด จีกรีดได้ขอบใจดอกเตอร์ฮูกที่ทำให้พลังของฟินิเชียเป็นของเขาเพื่อล้างแค้นมนุษย์ และสั่งให้บาบิโลนนำกลุ่มนกอพยพย้ายถิ่นปฏิบัติการในวันต่อมา เย็นวันนั้นกูซึเกะนั่งเศร้าอยู่เนื่องจากไม่ผ่านการคัดเลือก ส่วนไจแอนท์และซึเนะโอะได้เข้าประจำการและมาอวดเพื่อน ๆ ชิซุกะจึงบอกให้เห็นใจกูซึเกะด้วย
วันต่อมามีการรายงานตัวหน่วยลาดตระเวนที่เพิ่งผ่านการทดสอบมาเพื่อจะทำภารกิจปลุกฟินิเชีย ส่วนที่บ้านกูซึเกะ กูซึเกะไม่อยู่ที่บ้าน พอไปหาที่บ้านดอกเตอร์ก็พว่าศิลาจารึกแตกเสียหายและได้พบขนนกของยาม พวกเขาจึงไปหาตัวกูซึเกะที่กำลังฝึกบินเท่าไรก็ทำไม่ได้สักทีเพื่อบอกให้รู้ว่าดอกเตอร์ฮูกถูกจีกรีดจับตัวไป และได้เอาศิลาจารึกของดอกเตอร์มาถอดความโดยใช้ผ้าคลุมกาลเวลาเพื่อเอาศิลาจารึกลงมาและเอาวุ้นแปลภาษามาเพื่อถอดความศิลาจารึก ซึ่งได้ความว่าจีกรีดจะใช้พลังของฟินิเชียเพื่อยึดครองเบิร์ดเปีย กูซึเกะและเพื่อน ๆ จึงไปขอความช่วยเหลืออิคารอสซึ่งถูกขังอยู่ในคุกกลางทะเล หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วอิคารอสได้พังคุกออกมาแล้วพาทุกคนไปหุบเขามังกร และอิคารอสก็ได้นึกถึงเรื่องที่กำลังบินอยู่กับโอเดีย ภรรยาของเขาในวันที่มีพายุลมแรงและไข่ที่ฟักก็หล่นลงจากท้องฟ้า
คำสารภาพของ ดร.วิหค และการตื่นจากหลับใหลของฟินิเชีย[]
ที่หุบเขามังกรจีกรีดกำลังจะปลุกฟินิเชียซึ่งดอกเตอร์ฮูก ไจแอนท์ และซึเนะโอะกำลังห้ามแต่ทั้งสามก็ถูกจังขังเอาไว้ พวกโดราเอมอนมาถึงหุบเขามังกรแล้วก็ใช้แสงปรับสภาพเพื่อบรรเทาความหนาว แต่พื้นน้ำแข็งก็ถล่มลง และได้พบกับเครื่องฉายโฮโลแกรมของดอกเตอร์วิหค ซึ่งได้ใช้ไทม์แมชชีนพานกย้อนกลับไปในอดีตก่อนที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยังไม่เกิด ปรากฏว่าไปโผล่ตรงโลกคู่ขนาน จึงได้สร้างโลกคู่ขนานนี้เป็นสวรรค์ของนกและปรับวิวัฒนการของนกตามอำเภอใจ แต่ก็มีศัตรูของนกคือ ฟินิเชีย ดอกเตอร์จึงได้ล่อให้ไปอยู่ในหุบเขามังกรและฝังไว้ใต้น้ำแข็ง ทางด้านจีกรีดได้ระเบิดน้ำแข็งออกไปเพื่อให้ฟินิเชียตื่นขึ้นมา และฟินิเชียก็เปิดเผยตัวออกมา ซึ่งจีกรีดจะใช้พลังเพื่อที่จะยึดครองโลกมนุษย์ ในห้องขังไจแอนท์ได้ทำการกัดเชือกออกเพื่อจะได้หนีออกไปได้ แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะฟินิเชียตื่นแล้ว โดราเอมอนเมื่อรู้แล้วก็ใช้ปืนรังสีเพิ่มลดวิวัฒนาการเพื่อลดวิวัฒนาการแต่ถูกบาบิโลนขัดขวางและกลายเป็นเพิ่มวิวัฒนาการให้ฟินิเชียแทน ซึ่งมันดุเกินที่จีกรีดจะรับมือได้จึงตกลงไปในหลุมที่ถูกเผาไฟโดยฟินีเชีย แต่อิคารอสช่วยได้ทัน
ความกล้าหาญของกูซึเกะและศึกกับฟินิเชีย[]
ฟินิเชียบินไปทางเบิร์ดเปีย เมื่อมันมาถึงก็พ่นไฟทั้งเมืองจนไหม้หมด ไม่ว่าใครจะใช้อะอะไรก็หยุดมันไม่ได้แม้กระทั่งของวิเศษของโดราเอมอน ส่วนชิซุกะใช้ผ้าคลุมโบกพลิ้วเพื่อปกป้องเด็ก ๆ จากอันตราย แต่เมื่อพบว่าพีโกะหายไปจึงไปตามที่บ้านของกูซึเกะที่กำลังไหม้ ทางอิคารอสลองจะใช้อาวุธจัดการแล้วแต่ก็เสียท่าให้กับมัน สุดท้ายก็ถูกฟินิเชียพ่นไฟใส่ และก็ได้รับความช่วยเหลือจากกูซึเกะ โดราเอมอนคิดไอเดียออกโดยจะใช้อาวุธในไทม์แมชชีนของดอกเตอร์วิหค ซึ่งอิคารอสเป็นคนเดียวที่รู้ว่าอยู่บนยอดเสาหลักเมือง อิคารอสคิดจะล่อมันไปแต่ก็ไปไม่ไหวเพราะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก กูซึเกะจึงขับเครื่องบินล่อมันไป แต่ก็เสียท่าก่อนจะถึงยอด โนบิตะจึงคิดจะสู้กับฟินิเชียและก็ถูกสะบัด หวกนกของโนบิตะหลุดแล้วก็ตกลงมา อิคารอสจึงส่งกระแสจิตไปให้กูซึเกะให้กล้าบิน กูซึเกะจึงสามารถบินไปช่วยโนบิตะได้ และล่อฟินิเชียไปถึงบนยอด ส่วนโดราเอมอนก็ให้ไจแอนท์อมน้ำยาปั้นเสียงเป็นตัวเพื่อส่งเขาและโนบิตะขึ้นไปบนยอด และบนยอดได้พบไทม์แมชชีนของดอกเตอร์วิหค จึงเข้าไปในไทม์แมชชีน และตั้งให้ปืนช็อคอยู่ในสถานะพร้อมยิง โนบิตะออกไปตามกูซึเกะเพื่อพามาที่ไทม์แมชชีน โดราเอมอนใช้ปืนช็อคจัดการฟินิเชียได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นมันไม่เป็นอะไรเลย โดราเอมอนจึงเซ็ตเวลาของไทม์แมชชีนไว้ที่ 0 เพื่อที่จะส่งฟินิเชียไปยังอดีตก่อนที่โลกจะเกิด ก่อนที่จะลงจากเสาหลักเมืองโดราเอมอนดึงน้ำจากทะเลสาบมาดับไฟเบิร์ดเปียโดยใช้ไม้เท้าโมเสส จากนั้นไปบอกให้ทุกคนรู้ว่าเอาชนะฟินิเชียได้แล้ว ต่อมามิลค์จับได้ว่าโนบิตะเป็นมนุษย์ จากนั้นทุกคนก็เปิดเผยตัวเองเช่นกัน และได้พบว่ามีมนุษย์มาช่วยเบิร์ดเปีย หลังจากนั้นมามนุษย์และนกจึงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เรื่องก็จบลงด้วยกูซึเกะจะเป็นหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนในปีถัดไป และหน่วยลาดตระเวนก็พาโดราเอมอนและเพื่อน ๆ ไปส่งที่ปากทางไปโลกมนุษย์
ตัวละคร (เรียงลำดับการปรากฏตัว)[]
- พีโกะ
- โนบิ โนบิตะ, มินาโมโตะ ชิซุกะ, โกดะ ทาเคชิ, โฮเนคาว่า ซึเนโอะ และ เดคิสุงิ ฮิเดโทชิ (ปรากฏตัวพร้อมกัน)
- โดราเอมอน
- กูซึเกะ
- โนบิ ทามาโกะ
- ยามอีกา
- ดอกเตอร์ฮูก
- จีกรีด
- มิลค์
- แม่ของกูซึเกะ
- พ่อของกูซึเกะ และ ผู้พันบาบิโลน (ปรากฏตัวพร้อมกัน)
- ซึบาคุโร่ และ โทบิโอ (ปรากฏตัวพร้อมกัน)
- ผู้นำเบิร์ดเปีย
- อิคารอส
- โอเดีย
- ฟินิเชีย
ของวิเศษที่ใช้ (เรียงลำดับการปรากฏ)[]
- คอปเตอร์ไม้ไผ่
- แล็กเกอร์เก็บของ
- แล็กเกอร์เปิดที่ซ่อน
- แคมปิ้งเซตรูปบ้านนก
- ไฟฉายเพิ่มคุณภาพ
- เครื่องเป่าแห้งอัตโนมัติ
- หมวกนก
- ลูกแก้วจมน้ำ
- หญ้าหลงลืม
- ผ้าคลุมกาลเวลา
- วุ้นแปลภาษา
- แสงปรับสภาพ
- ปืนรังสีเพิ่มลดวิวัฒนาการ
- ปืนใหญ่อัดอากาศ และ ปืนช็อค (ปรากฏพร้อมกัน)
- ผ้าคลุมโบกพลิ้ว
- ไฟฉายย่อส่วน
- น้ำยาปั้นเสียงเป็นตัว
- ไม้เท้าโมเสส
นักพากย์[]
| ตัวละคร | นักพากย์ญี่ปุ่น |
|---|---|
| โดราเอมอน | Nobuyo Ōyama |
| โนบิตะ | Noriko Ohara |
| ชิซุกะ | Michiko Nomura |
| ไจแอนท์ | Kazuya Tatekabe |
| ซึเนโอะ | Kaneta Kimotsuki |
เพลงประกอบ[]
- Doraemon no Uta เพลงเปิด
- Love You Close เพลงปิด
รูปภาพ[]
| ||||||
















































